feedburner
Enter your email address:

Delivered by FeedBurner

feedburner count
Showing posts with label SEO. Show all posts
Showing posts with label SEO. Show all posts

ฟรีเครื่องมือทำการตลาดออนไลน์

Labels:

คนไทยกับ Google แทบจะเรียกได้ว่ารู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการใช้บริการ Search Engine ที่พอคิดอะไรไม่ออกก็เข้า Google ไว้ก่อน จากนั้นก็ Search แล้วข้อมูลก็จะปรากฏขึ้นมาให้เลือกเอง ข้อมูลจากเว็บไซต์ไหนที่ดูว่าน่าจะตรงกับความต้องการก็แค่คลิกเข้าไป
แต่สำหรับนักการตลาดแล้ว แน่นอนว่าคงจะต้องการเครื่องมือเพื่อช่วยในการทำตลาดด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการทำการตลาดกับ Google เอง เพื่อให้เว็บไซต์ของตัวเองทะยานขึ้นสู่อันดับต้นๆ จากการค้นหา ซึ่ง Tools ที่ทาง Google พัฒนาขึ้นมาเองนั้นจะสามารถช่วยให้คุณทำการตลาดได้ง่ายมากขึ้น
มาดูกันว่า Google Tools ที่น่าใช้และมีประโยชน์มีอะไรบ้าง
1. Google Analytics
Google Analytics คือ ตัวเก็บสถิติเกี่ยวกับผู้เข้าชมเว็บไซต์ พฤติกรรมของคนที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ รวมทั้งติดตามประสิทธิภาพของแคมเปญการโฆษณา AdWords หรือโปรแกรมการโฆษณาอื่นๆ ด้วยข้อมูลนี้จะทราบว่าคีย์เวิร์ดใดที่ได้ผล ข้อความโฆษณาใดมีประสิทธิภาพมากที่สุด และผู้เข้าชมเว็บไซต์ออกจากเว็บไซต์เพราะเหตุใดความสามารถหลักของ Google Analytics แบ่งความสามารถตามจุดประสงค์การใช้งาน ได้แก่ สถิติเกี่ยวกับ Visitor รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่เข้ามาชมเว็บไซต์ สถิติเกี่ยวกับ Traffic รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับช่องทางในการเข้าถึงเว็บไซต์ สถิติเกี่ยวกับ Content รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถิติการเข้าชมเนื้อหาภายในหน้าเว็บไซต์ และสถิติเกี่ยวกับ Goal วิเคราะห์ว่าผู้ใช้งานเข้าถึงเป้าหมายภายในเว็บไซต์ได้อย่างไรเครื่องมือตัวนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของเว็บไซต์ของคุณในทุกๆ วัน โดยจะวิเคราะห์ทั้ง Traffic ที่เกิดขึ้น คนที่เข้าเว็บไซต์มาจากไหน ประเทศอะไร และเข้ามาทำอะไรบ้างในเว็บไซต์ของคุณ โดยคุณสามารถ Monitor สถานการณ์ความเคลื่อนไหวภายในเว็บไซต์ของคุณได้ทั้งหมด
Google Analytics เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการช่วยวิเคราะห์ทิศทางการทำตลาดของคุณเองต่อไป ซึ่งจะทำให้คุณรู้ว่าอะไรที่เป็นที่นิยม อะไรที่คุณควรจะขาย กลุ่มเป้าหมายที่ให้ความสนใจของคุณเป็นใคร และถ้าจะขยายตลาดต่อไปนั้นควรจะไปทำตลาดในประเทศอะไรต่อไป โดยข้อมูลเหล่านี้ยังมีความจำเป็นสำหรับการเปลี่ยนแปลงระดับการลงทุนเพื่อทำการโฆษณา รวมทั้งยังทำให้สามารถคิดอัตราการคืนทุนได้ง่ายขึ้น
2. Google Sitemaps
Google Sitemap หรือการทำแผนที่เว็บไซต์ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย เพราะนอกจากจะทำให้คุณสามารถทำ SEO ได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังจะส่งผลดีกับเว็บไซต์ของคุณในระยะยาวอีกด้วย โดยเครื่องมือตัวนี้มีประโยชน์สำหรับเว็บมาสเตอร์หรือนักการตลาดที่ต้องการให้ข้อมูลบนเว็บไซต์ของคุณถูกค้นพบอย่างรวดเร็วGoogle Sitemap จะเป็นเหมือน ป้ายบอกทางให้กับ Googlebot เพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลภายในเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้นด้วยการไต่ไปตามโครงสร้างและเนื้อหาของเว็บไซต์ ซึ่งข้อมูลที่ได้จะถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลของ Google เมื่อมีการ Search หาข้อมูลใน Search Engine จะทำให้ข้อมูลในเว็บไซต์สามารถค้นพบได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ Google Sitemap ยังสามารถบอกได้ด้วยว่าเว็บไซต์ของเรามี Sites หรือ Webpages หน้าไหนที่ไม่ทำงานด้วย วิธีการสร้าง Google Sitemap 1. เข้าไปที่ http://www.xml-sitemaps.com/ จากนั้น ใส่ URL ของเว็บไซต์ที่ต้องการสร้าง Google Sitemap ลงใน Starting URL เสร็จแล้วคลิก Start ระบบจะทำการสร้าง Sitemap ให้ จากนั้นจะปรากฏคำว่า Generated sitemap is ready ให้ไปคลิกที่ Download Un-compressed XML.sitemap และเซฟไว้ในไฟล์ที่ชื่อ sitemap.xml แล้วนำ File ที่ชื่อ sitemap.xml ไป Upload ขึ้นเว็บไซต์ของตัวเอง โดยให้อยู่ในระดับเท่ากับ index.html เช่น http://www.ecommerce-magazine.com/sitemap.xml/2. ไปที่ http://www.google.com/webmaster/tools/ ใส่ URL ของเว็บไซต์ จากนั้นคลิกที่ เพิ่มไซต์ 3. จะพบ Google my Site ให้คลิกที่ เพิ่ม ที่ช่องของ sitemap เพื่อเพิ่ม Sitemap 3.1 เลือก Add general web sitemap และกำหนดชื่อ My sitemap URL ตามตัวอย่างของ Google เช่น http://www.ecommerce-magazine.com/sitemap.xml เสร็จแล้วคลิก Add web sitemap ระบบจะขึ้น Pending รอการยืนยันเว็บไซต์ในขั้นตอนต่อไป4. ทำการ ยืนยันเว็บไซต์ โดยคลิกที่ ยืนยัน ที่ช่องของ ยืนยันแล้วหรือยัง4.1 เลือกยืนยันแบบ อัพโหลดไฟล์ HTML4.2 จากนั้นระบบจะสร้างชื่อไฟล์ HTML ให้ จากนั้นให้เราสร้างไฟล์ HTML เปล่าๆ โดยตั้งชื่อไฟล์ชื่อเดียวกับไฟล์ HTML ที่ Google สร้างให้ จากนั้นทำการอัพโหลด ขึ้นเว็บไซต์ของตัวเอง โดยให้อยู่ในระดับเดียวกันกับ ไฟล์ index.html เช่น http://www.ecommerce-magazine.com/googlexxxxxxx.html 4.3 คลิกที่ ยืนยัน เพื่อทำการยืนยันเว็บไซต์ จากนั้นระบบจะอ่านเว็บไซต์ของเราและวินิจฉัยให้ด้วย เท่านี้ก็เรียบร้อย แต่ถ้าคุณมีการปรับปรุงเว็บไซต์มากๆ ควรที่จะมาสร้าง Sitemap ขึ้นมาใหม่
3. Google Alerts
การใช้ Google Alerts เป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้คุณสามารถเก็บ Track ที่เกิดขึ้นกับคุณในทุกกิจกรรมบนโลกออนไลน์ อีกทั้งยังทำให้คุณสามารถ Monitor บริการและสินค้าที่ได้รับความสนใจบนออนไลน์ รวมทั้งยังทำให้ทราบอันดับเว็บไซต์ของคุณว่าก้าวถึงระดับต้นๆ ในแต่ละคีย์เวิร์ดได้หรือไม่อีกด้วย Google Alerts เป็นระบบการเตือนเมื่อมีใครหรือว่าเว็บไซต์อื่นได้อ้างอิงถึงเว็บไซต์หรือชื่อของคุณ หรือมีผลการค้นหาใหม่ตามคำค้นที่คุณระบุ ระบบจะส่งอีเมลมาให้อัตโนมัติ โดยปัจจุบันระบบ Google Alerts รองรับการค้นหาจาก ข่าว เว็บไซต์ บล็อก วิดีโอ และ Google Groups เช่น ถ้าเป็นบริการสำหรับข่าว ระบบจะส่งอีเมลมาเตือนเมื่อมีข่าวใหม่ 10 อันดับแรกที่ตรงกับคำค้นหาที่คุณระบุจาก Google News Search ถ้าเป็นบริการสำหรับเว็บไซต์ ระบบจะส่งอีเมลรายงานผลการค้นหา 20 อันดับแรกที่ตรงกับคำค้นหาที่คุณระบุจาก Google Web Search ส่วนบริการสำหรับบล็อก ระบบจะส่งอีเมลรายงานผลการค้นหา 10 อันดับแรกที่ตรงกับคำค้นหาที่คุณระบุจาก Google Blog Search เป็นต้นการสมัครใช้บริการสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการเข้าไปที่ http://www.google.com/alerts จากนั้นป้อนคำที่ต้องการค้นหา เลือกบริการที่ต้องการ (ข่าว เว็บไซต์ วิดีโอ ฯลฯ) ความถี่ที่คุณต้องการตรวจสอบผลลัพธ์และอีเมลของคุณหลังจากกรอกข้อมูลครบแล้วให้กดปุ่ม “Create Alert” ระบบจะส่งอีเมลยืนยันให้คุณเมื่อได้รับอีเมลแล้วให้คุณยืนยันเปิดการใช้งาน โดยคลิกลิงก์ที่ส่งมาในอีเมลอย่างไรก็ตาม คุณสามารถสร้างและยืนยันการทำ Alert พร้อมๆ กันหลายรายการ โดยเข้าไปที่หน้า “Manage Your Alerts” ซึ่งการใช้งานนั้นคุณจะต้องเข้าสู่ระบบโดยใช้ Google Account หากยังไม่มี Google Account สามารถสร้างได้ที่หน้าเว็บไซต์ Google Account
4. Google Froogle
หลังจากที่ Google ได้เปิดให้บริการ Froogle ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยค้นหาสินค้าเพื่อการชอปปิงออนไลน์ แต่เนื่องจากชื่อดังกล่าวไม่สามารถสื่อได้ว่าเป็นแหล่งชอปปิงออนไลน์ตามที่ Google คาดหมายไว้ตั้งแต่แรก จึงได้เปลี่ยนชื่อ Froogle เป็น Google Product Search (http://www.google.com/products) แทน เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจง่ายขึ้น Froogle เป็น Index การสืบค้นสำหรับการชอปปิงแบบออนไลน์ที่ทำให้บรรดานักชอปฯ สามารถค้นหาสินค้าในราคาประหยัดได้ง่ายขึ้น โดยเครือข่ายของ Froogle จะมีความสามารถในการค้นหาสินค้าต่างๆ ในร้านค้าออนไลน์เป็นพิเศษ โดยหน้าตาของ Froogle นั้นจะคล้ายกับ Google Directory แต่มุ่งเน้นไปที่การทำให้คุณเข้าถึงตัวสินค้าที่ต้องการได้ง่ายขึ้นการค้นหาสามารถทำได้โดยใส่ชื่อผลิตภัณฑ์ที่คุณต้องการโดยตรง หรือหากคุณยังไม่ได้ตัดสินใจชี้ชัดลงไปก็สามารถดูสินค้าไปเรื่อยๆ โดยผลลัพธ์ที่ได้จากการค้นหาจะมีภาพสินค้าปรากฏให้ดูด้วย (หากร้านค้ามีการนำภาพมาลงไว้) และสามารถเรียงผลการค้นหาที่ได้ทั้งในแบบตามราคา จากราคาสูงไปต่ำ หรือต่ำไปสูง เรียงเว็บไซต์ตามจำนวนสินค้าที่เสนอ เรียงตาม Products Rating หรือจะให้เรียงตาม Seller Rating ก็ได้นอกจากนี้ยังสามารถเลือกชมสินค้าเฉพาะรายการที่อยู่ในช่วงราคา (Price Range) ที่สนใจได้ด้วย และยังสามารถใช้การสืบค้นขั้นสูงมาช่วยให้การสืบค้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตรงกับความต้องการมากขึ้น โดยการสืบค้นจาก Froogle จะเป็นประโยชน์มาก ซึ่งถ้าหากคุณมีสินค้าที่ต้องการซื้ออยู่ในใจแล้ว และต้องการความรวดเร็วในการซื้อสินค้า เครื่องมือตัวนี้ของ Google จะสามารถช่วยคุณได้มากสำหรับเว็บมาสเตอร์และนักการตลาดที่ต้องการโปรโมตสินค้าของตัวเอง การศึกษาและวิเคราะห์ว่าจะทำให้เนื้อหาบนเว็บไซต์ของตัวเองไปแสดงบน Froogle ได้นั้นต้องทำอย่างไรจึงเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นจึงควรติดตาม ศึกษานโยบาย กลยุทธ์ และทิศทางในการทำให้สินค้าจากเว็บไซต์ของคุณได้ไปแสดงต่อหน้ากลุ่มเป้าหมายนับพันนับล้านคนด้วย
5. Google Checkout
Google Checkout คือระบบการจับจ่ายซื้อสินค้าที่สะดวก ปลอดภัย และรวดเร็ว โดยจะทำหน้าที่คล้ายๆ กับเป็น Payment Gateway หรือ Payment Processing เพื่อทำหน้าที่รับชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการต่างๆ ที่มีขายบนเว็บไซต์ โดยระบบการรับชำระเงินของ Google Checkout นั้นคุณสามารถทำรายการสั่งซื้อและจ่ายค่าสินค้า ตลอดจนตรวจสอบรายการการสั่งซื้อหรือการชำระสินค้าได้ด้วยตัวเองผ่านหน้าเว็บไซต์
ผู้ที่มีเว็บไซต์อยู่แล้วสามารถที่จะนำ Google Checkout ไปติดตั้งไว้บนเว็บไซต์ได้ฟรี แต่ทุกครั้งที่มีคนชำระเงินผ่านทาง Google Checkout ทางเว็บไซต์จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับ Google เป็นจำนวน 2%+$0.2 ต่อการชำระเงินหนึ่งครั้ง
ส่วนทางด้านผู้ใช้บริการ Google Checkout นั้นจะสามารถซื้อสินค้าบนอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน โดยผู้ใช้แค่ใส่รหัสบัตรเครดิตและข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เพียงแค่ครั้งเดียว จากนั้นเมื่อต้องการจะซื้อสินค้าก็แค่ใส่ Log In กับ Password ของ Google Checkout (ซึ่งก็เป็น Log In และ Password เดียวกับ Gmail หรือ Account อื่นๆ ของ Google) เท่านี้ก็สามารถทำการซื้อสินค้าได้แล้ว พร้อมทั้งยังสามารถเช็กประวัติการซื้อสินค้าของตัวเองได้ด้วยว่าซื้ออะไรไปเมื่อไรบ้าง หากเกิดปัญหาก็สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานยืนยันได้สำหรับนักการตลาดที่ใช้ AdWords ในการโฆษณาเว็บไซต์อยู่แล้วสามารถที่จะนำ Google Checkout นี้มาใช้สำหรับรับชำระเงินในเว็บไซต์ได้ โดยจะทำให้คุณเสียค่าธรรมเนียมน้อยลง หรือไม่เสียเลยก็ได้ ทั้งนี้เป็นเพราะว่าถ้าหากคุณเสียค่าโฆษณาให้กับทาง Google AdWords เป็นจำนวนเงิน $1 ทาง Google จะอนุญาตให้คุณใช้ Google Checkout เพื่อรับชำระค่าสินค้าได้ฟรี $10 โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการใช้ (2%+$0.2) ซึ่งสิทธิพิเศษที่ทาง Google มอบให้นี้ทำให้เจ้าของร้านค้าสามารถประหยัดค่าธรรมเนียมการใช้ไปได้มากทีเดียว
นอกจากนี้คุณยังสามารถวางโลโกของตัว Shopping Cart ไว้ที่ตัวโฆษณา AdWords ที่คุณใช้ เพื่อใช้ประโยชน์จากความน่าเชื่อถือของแบรนด์ Google มาสร้างข้อได้เปรียบให้กับเว็บไซต์คุณได้ด้วย ซึ่งนักการตลาดเองก็คงไม่ต้องเสียเวลาไปกับการหาเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและเปี่ยมไปด้วยคุณค่ามาใช้กันอีกแล้ว ได้ทำความรู้จักกับเครื่องมือฟรีๆ เพื่อช่วยทำการตลาดจาก Google ทั้ง 5 ตัวไปแล้ว ฉบับต่อไปมาติดตามกันต่อว่าจะมีเครื่องมืออะไรที่ทั้งฟรีและดีจาก Google ที่น่าใช้กันอีกบ้าง

ที่มา : http://www.ecommerce-magazine.com/



ปรับแต่งเนื้อหาให้โดนใจด้วนปลั๊กอินตัวใหม่ของ Mybloglog

Labels: ,


ในการทำ seo ที่สำคัญอย่างหนึ่งให้กับบล๊อค ก็คือ content หรือเนื้อหาที่สามารถทำให้ประทับใจกับผู้ที่มาเยี่ยมชม และ Mybloglog ก็ได้ปล่อย plugin ตัวใหม่สำหรับ wordpress ออกมาชื่อว่า "Just for You" ซึ่งถูกพัฒนาโดยทีมงานเดิมของ Mybloglog ก่อนที่จะถูก yahoo เทคโอเวอร์ เรียกได้ว่ากวาดเอาไปทั้ง เทคโนโลยีและมันสมองเลยทีเดียว

การทำงานของ Just for You ก็คือมันจะ tag เอาสิ่งที่สมาชิกของ Mybloglog ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ตั้งค่าสิ่งที่สนใจหรือฟังก์ชันอื่นๆเอาไว้ในบัญชี มาโชว์ใน widget ผลดีก็คือมันจะเกิดเครือข่ายของการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยน content สำหรับสมาชิกอย่างเช่น หมวดหมู่ หรือ tag ของเนื้อหานั้นๆ ซึ่งจะต่างจากเดิมคือโชว์แค่รูปของสมาชิกเท่านั้น และแน่นอนฟังก์ชันนี้ให้บริการฟรีเหมือนเช่นเคย ส่วนผู้ที่ใช้บล๊อคตัวอื่นๆที่ไม่ใช่ wordpress ก็ไม่เป็นไร สามารถ copy โค๊ดไปวางไว้ใน widget หรือ templete ได้เหมือนเดิมครับ
ที่มา : readwriteweb




สุดยอด 5 เว็บไซต์ที่ใช้สร้างเฉดสี color schemesเพื่อปรับแต่งบล๊อค

Labels: ,

ในการตกแต่งบล๊อคหรือเว็บไซต์นั้น สิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือการตกแต่งหน้าบล๊อคให้มีสีสันสวยงาม และให้ดูกลมกลืนเข้ากับเนื้อหาหรือโฆษณา แต่เนื่องจากเฉดสี หรือ color schemes นั้นมีมากเกินกว่าที่สายตาเราจะสามารถแยกออกได้ทั้งหมด ทำให้การใช้ code ของเฉดสีเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ซึ่งโดยทั่วไปก็นิยมใช้พวกโปรแกรมกราฟฟิค ต่างๆเช่น photoshop เพื่อเปรียบเทียบและหาเฉดสีที่ตรงกับความต้องการ แต่ปัญหาที่ผมเจอบ่อยๆก็คือ การเปิดเจ้าโปรแกรมพวกนี้นั้นมันกินหน่วยความจำของเราไปค่อนข้างมาก หรือถ้าคอมพิวเตอร์ใครแรงก็ไม่ว่ากันครับ ก็เลยต้องมาหาการให้บริการสร้างเฉดสีทางออนไลน์ ลองมาดูทีละตัวกันเลยครับ

Kuler
Kuler เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการสร้างตารางสี color palette ของค่าย Adobe นั่นเอง โดยสามารถให้เราสร้างแถบสี และสามารถเปรียบเทียบกับตารางสีที่ถูกสร้างขึ้นจากผู้ใช้อื่นๆ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้มีนามสกุลเป็น .ASE





Color Hunter
Color Hunter เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการสร้างตารางสี color palette โดยสามารถเปรียบเทียบเฉดสีกับรูปภาพที่เราต้องการ ซึ่งรองรับทั้งรูปภาพที่มาจาก image URL จากเว็บไซต์ที่ให้บริการเช่น flickr หรือรูปภาพที่อัพโหลดขึ้นเอง และสามารถค้นหาแถบสีอื่นๆได้จาก tag อีกด้วย


Color Palette Generator
Color Palette Generator เป็นบริการของ DeGraeve.com เป็นเครื่องมืออย่างง่ายที่ให้เราสามารถใส่ image URL ของรูปภาพเพื่อสร้างเฉดสีออกมา และจะมีแถบสีอีกหนึ่งอันที่ได้รับการปรับค่าความสว่างให้เพิ่มขึ้นมาให้อีกด้วย



ColorJack
ColorJack จะมีเฉดสีต่างๆอยู่ในรูปของตารางสีให้เลือก และนำออกเข้าไปยังโปรแกรมกราฟฟิคเช่น Illustrator, Photoshop


Colr
Colr ตัวนี้ขอบอกได้เลยว่าชอบมากครับ เพราะมี service ค่อนข้างครบไม่ว่าจะเป็น การสุ่มภาพจาก flickr เข้ามาเพื่อเปรียบเทียบเฉดสี หรือจะอัฟโหลดรูปของเราเข้าไป รวมทั้งสามารถใส่ชื่อเว็บไซต์หรือบล๊อคของเราเข้าไปแล้วเจ้า colr นี้ก็จะเข้าไปดึงข้อมูลเฉดสีในหน้าเพจต่างๆออกมาครับ และยังมี link เฉดสีที่ใกล้เคียงมาให้เราเลือกใช้อีกด้วย



ที่มา : readwriteweb



เจาะลึก วิเคราะห์ การทำงานของ google pagerank ดัชนีวัดความนิยมเว็บไซต์

Labels:



Page Rank เป็นชื่อเครื่องหมายการค้าของ Google คือวิธีการวัดความสำคัญของเว็บเพจนับล้านๆเว็บเพจบนอินเตอร์เน็ตด้วยระบบ Algorithm โดยมีตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 10 ยิ่งตัวเลขยิ่งสูง PageRank ก็ยิ่งสูง นั่นหมายความว่าเว็บไซต์นั้นๆมีโอกาสได้รับการจัดอันดับที่ดีกว่าเว็บไซต์ที่มี PageRank ต่ำกว่าโดยสามารถทราบค่า PR ของเว็บไซต์เราได้ โดย download และ install google toolbar (http://toolbar.google.com/) หลังจากนั้นจะสามารถดูคะแนน PR ของหน้าเว็บเพจที่เราไปเยี่ยมชมได้อย่างสะดวก หรือจะเช็คค่าผ่านเว็บไซต์ต่างๆที่ให้บริการตรวจสอบค่า page rank


ประวัติของ PageRank
PageRank ได้ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นที่มหาวิทยาลัย Stanford โดย Larry Page และ Sergey Brin ซึ่งเป็นโครงงานวิจัยร่วมชนิดใหม่เกี่ยวกับ search engine โดยได้เริ่มโครงงานขึ้นในปี 1995 และได้นำไปสู่ตัวต้นแบบที่มีชื่อว่า Google ในปี 1998 จากนั้นมาทั้งสองคนได้ก่อตั้งบริษัท Google Inc. ขึ้น PageRank เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญมากที่ใช้จัดอันดับความนิยมจากการค้นหา และได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของ web search tools ในที่สุด

ระบบวิธีการคิดและประมวลผล Algorithm
PageRank คือระบบการกระจายของความน่าจะเป็นจากการสุ่ม click ของแต่ละหน้าเพจ

นั้นๆ และจะถูกนำมาคำนวณเพื่อแบ่งเป็นเกณฑ์และเก็บรวมรวมเอาไว้ โดยค่าจะอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 ตัวอย่างเช่น
สมมติว่ามีหน้าเว็บเพจอยู่ 4 หน้าคือ A B C และ D ค่าเริ่มต้นของ PageRank ในแต่ละหน้าจะถูกแบ่งเป็น 0.25 เท่าๆกัน และถ้าหน้า B C D ต่างก็มี link ไปยังหน้า A ค่า PageRank ของหน้า A ขณะนั้นจะเป็น 0.75 ซึ่งคิดได้จากสมการดังนี้

ต่อจากนั้น หน้า B มี link ไปยังหน้า C และ หน้า D มี link ไปยังทั้ง 3 หน้า ซึ่งค่า link-vote ของแต่ละตัวจะถูกหารด้วยจำนวน outbound link (ลิงค์ที่ออกไปข้างนอก) ดังนั้น หน้า B จะส่งค่า vote= 0.125 ไปยังทั้งหน้า A และ C ยกเว้นหน้า D ที่จะส่งค่า vote=0.083 ไปยังทั้ง 3 หน้าดังนี้

ดังนั้นค่า PageRank ของ A = 0.125+0.25+0.083 = 0.4583

ถ้าหากว่าเราแทน outbound link ด้วย L จะได้เป็นสมการทั่วไป ดังนี้

หรือ PageRank ในแต่ละหน้าเพจ u ก็คือ


แต่ Google ไม่ได้คิดค่า PageRank เป็นเพียงสมการเชิงเส้น ธรรมดาดังที่เห็นจากข้างบน แต่จะมีค่า damping factor (d) เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยจะถูกนำมาลบออกจากค่า 1 ซึ่งค่า d นี้เองที่ยังเป็นปริศนาความลับของ Google และเขียนสมการได้ดังนี้


หรือถ้า N คือจำนวนหน้าทั้งหมดที่เก็บได้ จะได้สมการคือ




ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ค่าของ PageRank ในแต่ละหน้าจะขึ้นอยู่กับค่า outbound link ที่มาจากหน้าอื่นๆ และถ้าหน้านั้นมีค่า PR สูงอยู่แล้วก็จะทำให้หน้าเพจที่ได้ link เข้ามามีค่าสูงตามไปด้วย แต่ถ้าสังเกตุให้ดีจะเห็นว่าถึงแม้ได้รับค่า vote จากหน้าเพจที่มี PR สูง มากๆนั้นดี แต่ถ้าจำนวน link ที่เข้ามามากๆจากหน้าเดิมๆก็จะทำให้ค่า PR ในหน้าเพจต่ำลงได้ อันนี้นี่เองเป็นกลไกที่ Google ต้องการให้มีการกระจายค่าความนิยมมาจากหลายๆเว็บไซต์ ไม่ใช่มาจากหน้าใดหน้าหนึ่งเท่านั่นครับ

ในการเก็บข้อมูลในแต่ละหน้านั้น Google จะมีเจ้าตัวไต่ที่เรียกว่า crawls เข้าไปทำการเก็บข้อมูล และการปรับค่าคะแนน PR ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ถ้าหากว่าหน้าเว็บเพจนั้นไม่มี link ที่เข้ามา (outbound link) เลย ก็จะทำให้ค่า PR ลดลงได้เช่นกัน เพราะฉนั้นรูปของสมการทั่วๆไปเขียนได้เป็น
เมื่อ p คือแต่ละหน้าของเว็บเพจ, M คือกลุ่มทั้งหมดของหน้าเว็บเพจ, N คือจำนวนทั้งหมดของหน้าเว็บเพจ

จากสูตรที่ Google ได้คิดค้นขึ้นและนำมาใช้เพื่อจัดแยกอันดับในแต่ละหน้าของเว็บไซต์ ก็เพื่อที่จะส่งผลต่อการค้นหา และให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด และคงจะพูดได้ว่า PageRank เป็นหัวใจที่สำคัญในการทำ SEO สำหรับเว็บมาสเตอร์มือใหม่ทั้งหลายนั่นเองครับ

ที่มา : wikipidia.org





สร้าง traffic กลับมายังเว็บไซต์หรือบล๊อคด้วยการส่งเรื่อง

Labels: ,


เป็นหนึ่งในเทคนิคของ SEO ที่จะใช้เพิ่มจำนวนผู้ชมให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเว็บไซต์ที่ให้บริการสำหรับภาษาไทยก็มีเกิดขึ้นแล้วหลายแห่ง ในการให้บริการส่งหรือเขียนเรื่อง แล้วใส่ Link URL กลับไปยังเว็บไซต์ที่มาของเนื้อหานั้นๆ หนึ่งในนั้นก็คือ SiAMmoney.NET ซึ่งเป็น Online Sharing Community เกี่ยวกับการสร้างรายได้ออนไลน์เป็นหลัก และยังสามารถส่งเรื่องในหมวดหมู่อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์การแห่งการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนข่าวสารกันก็ว่าได้




Thai Digg Clone Community Submit Story

Labels:

เมื่อพูดถึงเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านการ submit หรือส่งเรื่องราวต่างๆไปเก็บไว้ และทำการลิงค์กลับไปยังแหล่งที่มาของเนื้อหานั้นๆ ก็คงจะหนีไม่พ้น Digg ซึ่งผมเองก็ใช้อยู่ครับ เพราะมันช่วยเรานำ traffics กลับมาที่บล๊อกของเราได้อีกทางหนึ่ง ส่วนที่ผมกำลังจะพูดถึงก็คือ เว็บไซต์ Digg Clone ก็เป็นเรื่องธรรมดาครับที่เมื่อดังแล้วก็ต้องมีการเลียนแบบ ของเมืองนอกนั้นมีเยอะมาก แต่ผมขอเน้นเฉพาะเว็บไซต์ไทย ซึ่งจะช่วยให้เว็บไซต์ หรือบล๊อคไทยๆ ที่มีเนื้อหาเป็นภาษาไทย เข้าไปใช้ในการทำ seo ให้กับเว็บไซต์ของตัวเอง อีกทั้งยังเป็นที่แบ่งปัน แลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ สามารถเป็น Learning Center ได้ด้วย ที่ผมใช้อยู่ก็มีดังนี้ครับ
1.http://zickr.com/ มีหลายหมวดหมู่ให้เลือก
2.http://techkr.com/ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเทคโนโลยี
3.http://blognone.com/ เรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ โปรแกรม อินเตอร์เน็ต
4.http://siammoney.net เกี่ยวกับการสร้างรายได้ออนไลน์เป็นหลัก และมีหมวดหมู่อื่นๆอีกมากมาย



Wordpress SEO for Beginners การปรับแต่งสำหรับมือใหม่

Labels: ,

ตามสถิติของผู้ใช้ Wordpress 0.8% จากเว็บไซต์ทั้งหมด ซึ่งได้ใช้ Wordpress สำหรับทำ bloging CMS (Content Mamagement System) โดยที่ จำนวนของ blog ได้ถูกสร้างขึ้นเป็น 1000 บล๊อคในแต่ละวัน แต่ blog เหล่านี้ยังไม่ได้ถูกปรับแต่งเพื่อทำอันดับที่ดีขึ้นใน Search Engine ซึ่งบทความนี้จะแนะนำเทคนิคที่จะ ติดตั้งและปรับแต่ง wordpress อย่างรวดเร็วเพื่อผลที่ดีขึ้นของ SEO

Step I – Blog Title & Taglines ใส่ชื่อบล๊อคและคำอธิบายสั้นๆ

โดยหลังจากที่ติดตั้ง wordpress เสร็จเรียบร้อยแล้ว (ถ้ายังให้ไปดูที่........ ) ไปที่เมนู Options -> General tab จากนั้นให้ใส่ชื่อและคำอธิบายเกี่ยวกับบล๊อคที่สื่อความหมายให้ตรงกับเนื้อหาได้เป็นอย่างดี


Step II – Update Services อัพเดทผู้ให้บริการจากเว็บไซต์หรือ Search Engine ต่างๆ

ไปที่Writing tab ที่อยู่ถัดจาก General tab (ถ้าใช้ wordpress 2.5 จะอยู่ใต้เมนู Setting) เลื่อนลงไปด้านล่างที่ Update Services จะเห็น link ต่างๆ มากมายซึ่งเราสามารถเพิ่ม link เข้าไปได้อีกมากมาย เมื่อเราเขียนบทความ ก็จะถูกส่งไปยังเว็บไซต์ต่างๆเหล่านี้เพื่อให้รู้ว่าบล๊อกของเราได้มีการปรับปรุงแล้วนั่นเอง และยังช่วงทำให้บล๊อคเป็นที่รู้จักของพวก social เช่น Technorati รวมทั้งช่วยเพิ่ม Traffics ให้กับบล๊อคอีกด้วย

นี่เป็นรายชื่อของ Update Services ที่สำคับและน่าจะนำไปใส่ในบล๊อคของเราครับ

http://blogsearch.google.com/ping/RPC2

http://1470.net/api/ping

http://api.feedster.com/ping

http://api.feedster.com/ping.php

http://api.moreover.com/ping

http://api.moreover.com/RPC2

http://api.my.yahoo.com/RPC2

http://api.my.yahoo.com/rss/ping

http://bblog.com/ping.php

http://bitacoras.net/ping

http://blogdb.jp/xmlrpc

http://blog.goo.ne.jp/XMLRPC

http://blogsearch.google.com/ping/RPC2

http://blogmatcher.com/u.php

http://bulkfeeds.net/rpc

http://coreblog.org/ping/

http://mod-pubsub.org/kn_apps/blogchatt

https://phobos.apple.com/WebObjects/MZFinance.woa/wa/pingPodcast

http://ping.amagle.com/

http://ping.bitacoras.com

http://ping.bloggers.jp/rpc/

http://ping.blogmura.jp/rpc/

http://ping.blo.gs/

http://ping.cocolog-nifty.com/xmlrpc

http://pinger.blogflux.com/rpc/

http://ping.exblog.jp/xmlrpc

http://ping.feedburner.com

http://ping.myblog.jp

http://pingqueue.com/rpc/

http://ping.blogg.de/

http://ping.rootblog.com/rpc.php

http://ping.syndic8.com/xmlrpc.php

http://ping.weblogalot.com/rpc.php

http://ping.weblogs.se/

http://rcs.datashed.net/RPC2/

http://ping.weblogs.se/

http://rcs.datashed.net/RPC2/

http://rpc.blogbuzzmachine.com/RPC2

http://rpc.blogrolling.com/pinger/

http://rpc.britblog.com/

http://rpc.icerocket.com:10080/

http://rpc.newsgator.com/

http://rpc.pingomatic.com/

http://rpc.tailrank.com/feedburner/RPC2

http://rpc.technorati.com/rpc/ping

http://rpc.weblogs.com/RPC2

http://rpc.wpkeys.com/

http://services.newsgator.com/ngws/xmlrpcping.aspx

http://signup.alerts.msn.com/alerts-PREP/submitPingExtended.doz

http://topicexchange.com/RPC2

http://trackback.bakeinu.jp/bakeping.php

http://www.a2b.cc/setloc/bp.a2b

http://www.bitacoles.net/ping.php

http://www.blogdigger.com/RPC2

http://www.blogoole.com/ping/

http://www.blogoon.net/ping/

http://www.blogpeople.net/servlet/weblogUpdates

http://www.blogroots.com/tb_populi.blog?id=1

http://www.blogshares.com/rpc.php

http://www.blogsnow.com/ping

http://www.blogstreet.com/xrbin/xmlrpc.cgi

http://www.holycowdude.com/rpc/ping/

http://www.lasermemory.com/lsrpc/

http://www.imblogs.net/ping/

http://www.mod-pubsub.org/kn_apps/blogchatter/ping.php

http://www.newsisfree.com/RPCCloud

http://www.newsisfree.com/xmlrpctest.php

http://www.popdex.com/addsite.php

http://www.snipsnap.org/RPC2

http://www.weblogues.com/RPC/

http://xmlrpc.blogg.de


Step III – Modifying the Title Tags of your Wordpress Theme ทำการปรับปรุงคำอธิบายเกี่ยวกับบล๊อค ใน theme

ประโยคหรือคำอธิบาย มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากในการทำ SEO และทำให้ Search Engine รู้จักและเข้าใจลักษณะเนื้อหาของบล๊อคมากขึ้น โดยไปที่เมนู Presentation -> Theme Editor (สำหรับ version 2.5 จะอยู่ในเมนู Design) จากนั้นเลือกที่ไฟล์ header.php เพื่อแก้ไขและใส่คำอธิบายเข้าไปที่ระหว่าง title tag ด้วย Code ดังนี้



Step IV – Meta Tags ใส่คำสำคัญ หรือคำที่เกี่ยวข้อง

Wordpress จะไม่ได้ติดตั้งคำอธิบายหรือคำสำคัญให้ในตอนแรก ซึ่งมีความสำคัญมากถ้าหากว่าเราต้องการที่จะให้ Search Engine ตกหลุมรักในบล๊อคให้ได้ โดยการติดตั้ง All in one SEO Pack plugin ซึ่งเจ้าตัว plugin นี้จะช่วยใส่พวกคำสำคัญเข้าไปในบล๊อคอัตโนมัติ


Step V – Permalinks & Mod_rewrite ปรับปรุง link ของบทความต่างๆ

Search Engine จะเก็บรายละเอียดในหน้าเพจ ของบล๊อคได้เร็วขึ้นถ้าหาก URL อยู่ในรูปของข้อความหรือคำ ซึ่งจะช่วยอธิบายรายละเอียดเนื้อหาของหน้าเพจนั้นๆให้กับเจ้า ตัวไต่ หรือ Spider ได้เข้าใจเร็วขึ้นเช่น URL -> http://siammoney.net/?var1=2345&var2=567 จะไม่ค่อยเป็นมิตรกับ Search Engine เหมือนกับ URL -> http://siammoney.net/my-page.html เป็นต้น โดยใน wordpress สามารถเข้าไปแก้ไขได้ที่ Options-> Permalinks (สำหรับ version 2.5 จะอยู่ในเมนู Settings) และเลื่อนลงไปที่ Common Options:


จากนั้นเลือกที่ Custom และใส่ Code-> %postname%.html เข้าไป ซึ่งจะช่วยในการเปลี่ยน URL ของหน้าเพจนั้นๆโดยเอาชื่อของบทความมาใส่ใน link ให้อัตโนมัติ


 Step VI – Optimization of Keywords ปรับปรุงคีย์เวิรด์ที่สำคัญ

เมื่อเราเขียนหรือโพสต์บทความใหม่ๆ ใน wordpress นั้นควรจะใส่คำหรือคีย์เวิรด์ที่มี ความนิยม เข้าไปในชื่อ หรือเนื้อหา เครื่องมือที่เป็นที่นิยมใช้ในการเช็คค่าความนิยมคือ Overture’s Keyword Suggestion Tool->> http://inventory.overture.com/d/searchinventory/suggestion/

โดยที่ Search Engine จะให้ความสำคัญกับหน้าเพจตามลำดับความสำคัญคีย์เวิร์ดตาม ความนิยม ความถี่ ตรงและใส่เข้าไปกับเนื้อหานั้นๆ


 Step VII – Google Sitemap ทำแผนที่เว็บไซต์

Google Sitemap คือไฟล์ที่บรรจุ URL ข้อมูลของหน้าเพจทุกหน้า ในบล๊อคแต่ก็ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่ามันสามารถทำให้บล๊อคมี ranking ที่ดีขึ้นสิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ตัวเก็บข้อมูลของ Google สามารถเข้ามาเก็บข้อมูลในบล๊อคได้เร็วขึ้นและครบถ้วนนั่นเอง โดยใน wordpress จะมี plugin ที่ชื่อ Google Sitemaps Generator for Wordpress->> http://www.arnebrachhold.de/projects/wordpress-plugins/google-xml-sitemaps-generator/


 Step VIII – Social Bookmarking Plugins เพิ่มสังคมเว็บไซต์ให้กับบล๊อค

ควรจะติดตั้ง plugin ที่เกี่ยวกับ Social Bookmarking เพื่อเพิ่ม traffics และ สังคมให้กับบล๊อคของเรา


ที่มา : A Search Engine Optimization Guide for Wordpress by Jai Nischal Verma (www.blogohblog.com)





ปรับแต่งเว็บไซต์ให้ดังด้วยการ submit URL

Labels:

เริ่มการทำ search engine optimization ด้วยการ Submit URL โดยเป็นหนึ่งในวิธีการที่สำคัญอย่างหนึ่งครับ เพราะหลังจากที่เราสร้าง blog หรือ web site เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ ดังนั้นการใส่ที่อยู่เว็บไซต์ หรือ URL เข้าไปใน Search Engine จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำในอันดับแรก และก็คงจะหนีไม่พ้นยักษ์ใหญ่อย่าง google ส่วนของค่ายอื่นๆก็เช่น yahoo,live,ask,aol,altavista,lycos,netscape,dmoz เมื่อเราได้แนะนำ website ให้ search engine รู้จักเรียบร้อยแล้ว เจ้าตัว search engine ทั้งหลายก็จะเข้ามาค้นหา และ update ข้อมูลภายในเว็บ และก็ดึงไปเก็บไว้ นอกจาก การ submit URL แล้ว การ add URL เข้าไปในเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงที่เปิดบริการให้เว็บต่างๆเพิ่ม site ลงไปในฐานข้อมูลเพื่อทำการจัดหมวดหมู่และเนื้อหาภายในเว็บเหล่านั้นก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้สามารถโปรโมทเว็บไซต์ได้ มาเริ่มทำการ Submit URL กันเลย
ใส่ Website เข้าไปยัง Google search engine Google Submit
ใส่ Website เข้าไปยัง Yahoo search engine Yahoo submit
ใส่ Website เข้าไปยัง Live search engine MSN Submit

Add URL กับสุดยอดเว็บไซต์ในประเทศไทย

http://webdir.hunsa.com/reg.php
http://webindex.212cafe.com/
http://www.365jukebox.com/md/addweb.html
http://www.kapook.com/links
http://webindex.narak.com/addurl.shtml
http://link.deedeejang.com
http://www.pixiart.com/links/addlinks.php
http://www.saranair.com/links.php?op=AddLink
http://www.eduzones.com/search/addurl.php
http://www.kmitl.ac.th/~kswaiyav/Football/addurl.html
http://www.yoye.com/url/post.htm
http://www.ctv.co.th/dir/add_url.php
http://www.bcoms.net/promoteweb/addurl.asp
http://www.tem100.com/search/addurl.asp
http://www.friend.co.th/Add.asp
http://www.entrance.co.th/links/addurl.asp?categorycode=1
http://www.thaifitway.com/Link/addform.asp
http://www.autodecal.net/add_url_form.asp



PURI Tech-Money Online for blogger